Hot Topic!

6 ข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ให้ปลอดคอร์รัปชันและเพิ่มการแข่งขัน

โดย ACT โพสเมื่อ Dec 30,2025

 6 ข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ให้ปลอดคอร์รัปชันและเพิ่มการแข่งขัน
เป็นที่ทราบกันดีว่า การทุจริตอาจเกิดขึ้นได้เสมอไม่ว่ารัฐจะใช้วิธีการซื้อแบบใด แม้กฎหมายและระบบจัดซื้อฯ จะพัฒนาไปมาก แต่กลไกตลาดยังคงถูกบิดเบือนจากพฤติกรรมของเอกชน ผู้มีอิทธิพล เจ้าหน้าที่รัฐในหน่วยงาน นักการเมือง และวิถีปฏิบัติในระบบราชการที่ขาดการพัฒนามานาน องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ได้รวบรวมแนวทางและข้อเสนอจากการถอดบทเรียนเหตุวิบัติภัยการก่อสร้างอาคาร สตง. เพื่อป้องกันคอร์รัปชัน ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ  ดังนี้

1. ส่งเสริมการแข่งขันมากขึ้นในทุกการประมูล โปร่งใสเปิดเผยข้อมูล วัดประสิทธิภาพประสิทธิผลได้จริง

หัวใจสำคัญของการป้องกันคอร์รัปชัน คือ การสร้างความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมผ่านการเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนรับรู้ได้ทุกขั้นตอน และโดยประจักษ์ชัดว่าพลังการมีส่วนร่วมของประชาชนเจ้าของเงินภาษีที่เป็นงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างนั้น เป็นพลังตรวจสอบที่ทรงประสิทธิภาพ กระดุมเม็ดแรกของการแก้ไขวิกฤตกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐจึงต้องเริ่มที่ออกแบบให้มาตรการหรือระเบียบใดก็ตาม ต้องวางหลักการบน ความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

1.1 กติกาเปิดกว้าง เขียนทีโออาร์ที่จูงใจเอกชนให้เข้าแข่งขันมากที่สุด เช่น ลดวงเงินของผลงานของวงเงินโครงการที่จะประมูล แก้กติกาแข่งขันพื้นฐานที่ไม่เป็นธรรม ยกเลิกระเบียบหยุมหยิม สร้างความมั่นใจให้เอกชนที่จะ ‘ลงทุน’ เพื่อเข้าประมูลจากการที่ เจ้าหน้าที่รัฐทำงานอย่างโปร่งใสตรงไปตรงมา เอกชนทุกรายสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับโครงการนั้นได้อย่างเท่าเทียมกัน เป็นต้น

1.2 กำหนดเงื่อนไขในสัญญาที่จูงใจภาคธุรกิจ เช่น เงื่อนไขการชำระเงิน การกำหนดส่วนแบ่งรายได้ อายุของสัญญา สิทธิพิเศษ ความรับผิดชอบร่วมกันในการแก้ปัญหาหากเกิดเหตุคาดไม่ถึง และควรปรับปรุงและเปิดเผยข้อมูลกระบวนการจัดทำร่างขอบเขตงาน (TOR) และสัญญาจ้าง ให้เป็นตามมาตรฐานสากลยอมรับ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเอื้อประโยชน์ให้เฉพาะบางกลุ่ม 

1.3  เปิดเผยและเปิดการเชื่อมต่อข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง ตามมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลการทำสัญญาภาครัฐสากล The Open Contracting Data Standard (OCDS) รวมทั้งข้อมูลนิติบุคคล ในรูปแบบที่คอมพิวเตอร์สามารถประมวลผลได้ ผ่านเว็บไซต์ของกรมบัญชีกลาง เว็บไซต์ภาษีไปไหน และ ACT Ai เพื่อให้สื่อมวลชน และประชาชนสามารถตรวจสอบได้อย่างเสรี อีกทั้งพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล และเส้นทางการเงินของนิติบุคคลที่เข้าทำสัญญากับภาครัฐด้วย

 

2. เสริมสร้างกลไกป้องกันให้เข้มแข็ง เพิ่มการมีส่วนร่วมประชาชน

2.1 เพิ่มจำนวนโครงการเข้าร่วมข้อตกลงคุณธรรมมากขึ้น เน้นโครงการมูลค่าสูง มีผลกระทบมาก และอยู่ในความสนใจของประชาชน จัดให้มีผู้สังเกตการณ์อิสระเข้าติดตามตรวจสอบตั้งแต่ขั้นตอนจัดทำร่างขอบเขตงาน (TOR) โดยกำหนดเป็นเกณฑ์พิจารณาการขออนุมัติจัดทำโครงการ และควรขยายวิธีคัดเลือกโครงการเข้าร่วมข้อตกลงคุณธรรม เพื่อปิดช่องหลบเลี่ยงการตรวจสอบ รวมถึงควรกำหนดแผนงานสุ่มตรวจโครงการขนาดใหญ่ ที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการข้อตกลงคุณธรรม

2.2 การเปิดเผยสาธารณะ ไม่ปิดกั้น เชื่อมโยงกลไกตรวจสอบ เมื่อผู้สังเกตการณ์ส่งรายงานข้อสังเกตการณ์ (Notification Report : NR) ฉบับที่ 2 ต้องส่งให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเข้าตรวจสอบได้ทันทีและเปิดเผยรายงานข้อสังเกตการณ์ (NR) รวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ประชาชนได้รับทราบและสนับสนุนสิทธิร้องเรียน         ต่อองค์กรอิสระเพื่อร่วมตรวจสอบ

2.3 เสริมกลไกป้องกันการทุจริตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยควรพิจารณาปรับปรุงบทลงโทษกรณีหลบเลี่ยงกฎหมายไม่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการทุจริตภายใต้ พรบ. จัดซื้อจัดจ้างฯ หรือ ที่ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ข้อตกลงคุณธรรม

2.4 จัดเตรียมทรัพยากรเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) และโครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ (CoST) และกระบวนการตรวจสอบข้อมูลคุณสมบัติผู้ประกอบการที่จะเข้ายื่นเสนอราคาตามมาตรฐานขั้นต่ำของนโยบายป้องกันการทุจริตที่ผู้ประกอบการต้องจัดให้มี เพื่อให้การดำเนินงานทั้ง มาตรการมีความต่อเนื่องและสามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

3. กำจัดกำไรส่วนเกินที่จะถูกใช้เป็นเงินใต้โต๊ะและลดความสูญเสียของรัฐ โดยวางมาตรการใหม่ในการกำหนดราคากลางที่สอดคล้องกับความเป็นจริงของตลาด 

3.1 เพิ่มความโปร่งใสในการทำหน้าที่ของคณะกรรมการจัดทำราคากลาง ปรับปรุงวิธีการและกระบวนการคำนวนราคากลาง โดยเฉพาะวิธีการได้มาซึ่งราคาวัสดุอุปกรณ์เพื่อป้องกันไม่ให้ราคากลางสูงเกินราคาตลาด และ ราคากลางไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และควรเปิดให้ประชาชน องค์กรภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน มีส่วนร่วมดำเนินการ เพื่อตรวจสอบ ทักท้วงและปรับแก้ให้ได้ราคาตลาดที่มีอยู่จริงและเหมาะสมเป็นปัจจุบัน และบันทึกข้อมูล

3.2 ปรับแนวทางการพิจารณาจัดซื้อจัดจ้างมุ่งเน้นเลือกข้อเสนอที่ให้ "ความคุ้มค่าที่สุด" ไม่ใช่แค่ราคาถูกที่สุด โดยประเมินจากหลายปัจจัยรวมกัน เช่น คุณภาพความเชี่ยวชาญประสิทธิภาพการทำงาน และความเสี่ยงในการดำเนินโครงการ

4. ทบทวนการขึ้นบัญชีผู้รับเหมา บ่อยครั้งที่พบว่าบัญชีผู้รับเหมาที่รัฐจัดทำกลายเป็นเครื่องมือจำกัดและกีดกัน     คู่แข่งขันจนง่ายต่อการจัดคิว แบ่งงาน แบ่งประโยชน์ จึงต้องทบทวนเพื่อเปิดพื้นที่การแข่งขันให้มากขึ้น จากการศึกษาพบว่า กลุ่มผู้รับเหมาชั้นพิเศษมีจำนวนน้อยรายทำให้ฮั้วง่าย การประมูลของกลุ่มนี้มักชนะประมูลด้วยราคาเต็มหรือเบียดราคากลาง ขณะที่กลุ่มผู้รับเหมาชั้นหนึ่งมีจำนวนมากรายกว่ามาก ทำให้มีการแข่งขัน ลดราคาอย่างชัดเจน

 

อนึ่ง กติกาที่เปิดให้มีการใช้ดุลยพินิจได้ง่ายๆ ยังทำให้การขึ้นบัญชีผู้รับเหมากลายเป็นเครื่องมือเรียกรับสินบน ได้จากอดีตจนปัจจุบัน จึงควรมีการเขียนแนวปฏิบัติที่เป็นคู่มือให้ชัดเจน

4.1 ปรับปรุงวิธีการกำหนดคุณสมบัติของผู้เสนอราคาให้เหมาะสม สอดคล้องกับเนื้องานจริง ไม่ควรตั้งคุณสมบัติสูงเกินความจำเป็น จนกีดกันผู้เข้าร่วมเสนอราคาเหลือน้อยราย และควร “เร่งยกเลิกการจัดชั้นผู้รับเหมา” เพิ่มแข่งขันประมูลให้มากขึ้น เช่น อาจใช้การกำหนดคุณสมบัติที่เหมาะสมและแก้ไขการวางหลักประกันการก่อสร้างลดลง 5-10% เพื่อเปิดโอกาสเพิ่มจำนวนผู้รับเหมารายใหม่ให้สามารถเข้าประมูลเสนอราคาได้มากขึ้นและยังช่วยสร้างผู้ประกอบการวิศวกรรายใหม่ได้มีโอกาสพัฒนาสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญให้กับประเทศในอนาคต

4.2 กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาความสามารถของผู้เสนอราคา เช่น ประวัติผู้ถือหุ้น, ประวัติผลงานความสามารถด้านการเงินและบุคลากรสายวิชาชีพด้านต่างๆ รวมถึงจัดให้มีหน่วยงานรับผิดชอบตรวจสอบความถูกต้องจากข้อมูลที่ผู้เสนอราคายื่นแจ้ง และยกระดับการตรวจสอบคุณสมบัติรายชื่อบุคคลและบริษัทที่เข้าร่วมเสนอราคาที่ถูกขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) จากองค์กรระหว่างประเทศหรือรัฐบาลต่างประเทศ

5. การสอบทานธุรกิจ (Due diligence) ธุรกิจเอกชนที่เสนองานในโครงการจัดซื้อจัดจ้างขนาดใหญ่ โดยใช้ Ai หรือเครื่องมือทางบัญชีนิติวิทยา (Forensic Accounting) จับไปที่เอกชนแต่ละราย เพื่อหาความเชื่อมโยง (Data Correlations) ของค่าน้ำค่าไฟฟ้า การจ้างแรงงาน จ่ายเงินประกันสังคม เสียภาษีรายได้ ฯลฯ ว่าที่มาของเงิน และมีความสัมพันธ์กับรายได้ หรือไม่อย่างไร และควรตรวจสอบเอกสาร เช่น สัญญาของกิจการร่วมค้า การแบ่งงาน      การเเบ่งผลตอบแทนระหว่างกิจการร่วมค้า

6. การจัดทำบัญชีเฝ้าระวัง (Watch list) ผู้ทิ้งงาน เป็นมาตรการสำคัญ ต้องปรับปรุงกระบวนการขึ้นบัญชี ผู้ทิ้งงาน ให้รวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ เพื่อปิดช่องว่างกระบวนการพิจารณาขึ้นบัญชีผู้ทิ้งงาน ไม่ให้มีโอกาส  เข้าประมูลและทำสัญญากับหน่วยงานอื่นต่อไป เสนอจัดทำบัญชีเฝ้าระวัง (Watch list) เนื่องจากปัจจุบัน การขึ้นบัญชีผู้ทิ้งงานทำได้อย่างล่าช้าเพราะต้องมีการตัดสินตามขั้นตอนการพิจารณาลงโทษผู้ทิ้งงาน ดังนั้น การจัดทำบัญชีเฝ้าระวังเพื่อเป็นฐานข้อมูลให้หน่วยงานสืบค้นบริษัทเอกชนที่มีปัญหาในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เช่นส่งงานไม่ครบ หรือล่าช้า ก่อความเสียหายแก่ภาครัฐ แต่ยังอยู่ในระหว่างกระบวนการพิจารณา เพื่อให้หน่วยงานได้รับทราบและพิจารณาอย่างรอบคอบหากจะดำเนินการเข้าทำสัญญากับบริษัทเอกชนในบัญชีนี้ และเป็นการบริหารความเสี่ยงในการจัดซื้อจัดจ้างที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งจะช่วยรักษาผลประโยชน์ต่อหน่วยงานเจ้าของโครงการเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมให้แก่ระบบและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้กลับมาเป็นที่เชื่อมั่นของประชาชน องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ยินดีให้ความร่วมมือและพร้อมสนับสนุน ตามที่ท่านเห็นสมควร

 

อนึ่ง เพื่อให้ได้ข้อเสนอแนวทางที่เหมาะสม ครอบคลุม และสอดคล้องกับข้อเท็จจริงในทุกมิติ องค์กรฯ เห็นควรให้มีการจัดเวทีสาธารณะเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ผู้มีส่วนได้เสีย และนักวิชาการเพื่อรวบรวมข้อมูลประกอบการพิจารณาเพิ่มเติม

LINK...  6 ข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ให้ปลอดคอร์รัปชันและเพิ่มการแข่งขัน